Samui Buri & The Cliff 4

31/10/11


เช้านี้พวกเราก็รีบตื่นอีกเช่นเคย เพราะวันนี้ต้องเดินทางกลับสุราษฎร์
ซึ่งต้องใช้เวลาเดินทางนานนนนนพอดู

ทางเดินไปห้องอาหารและสระว่ายน้ำ ต้องเดินผ่าน Pool Villa ไป

สำหรับบุฟเฟต์อาหารเช้าที่นี่ก็ยังคงไม่มีข้าวต้มทะเลทรงเครื่อง -*-
คนไทยนะเฟ้ย อยากกินข้าวต้มร้อนๆตอนเช้ามากกว่าอาหารแห้งๆชืดๆอย่างพวก ABF
ยังดีที่มีขนมจีบร้อนๆให้กินพอให้อุ่นท้องหน่อย

วันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งวันที่ฟ้าใสสดสวย
เห็นสระว่ายน้ำแล้วอยากกระโจนลงสระจังเลย แต่ว่าพวกเราต้องรีบเช็คเอ้าท์ไปแล้ว
เพราะกลัวว่าจะเจอสองแถวหวานเย็นอีก จะทำให้ตกเรือกันพอดี

หลังจากเช็คเอ้าท์ตอน 9.40 น. รถบั๊กกี้ก็ไปส่งเราที่หน้าปากซอย และสองแถวก็มาในเวลาไม่นาน
พวกเราเผื่อเวลา 1 ชม.ในการนั่งสองแถวไปท่าเรือหน้าทอน
แต่ปรากฎว่าคันนี้ซิ่งมากกกกก เพียงแค่ 10 นาทีเท่านั้นก็ไปถึงที่ท่าเรืออแล้ว
แต่น่าเสียดายที่พวกเรามาไม่ทันเรือรอบ 10 โมง แม้ว่าเราจะมาถึงตอน 9.55 น.ก็ตาม
เพราะว่าคนขายตั๋วบอกว่าเรือเคลียร์แล้ว ไม่รับคนขึ้นแล้ว
พวกเราเลยต้องรอต่ออีกเกือบชม. กว่าจะได้ขึ้นเรือ

สำหรับตั๋วเรือไปยังท่าเรือดอนสักนั้น ราคา 140 บ./คน
แต่เราซื้อตั๋วรถบัสพ่วงไปด้วยเพื่อไปลงที่ตลาดเกษตร ก็ได้ราคาตั๋วรวมคนละ 230 บ.
กว่าเรือจะมาถึงท่าเรือดอนสักก็บ่าย 1.30 น.แล้ว
เราต้องรีบไปขึ้นรถบัสทันทีเพราะกว่าจะลงจากเรือก็เป็นคนเกือบๆสุดท้ายแล้ว
พอไปถึงรถ ก็เป็นสองคนสุดท้ายพอดี รถเต็มมากกกกจนพวกเราต้องนั่งแยกกัน
พวกเรานั่งรถบัสเป็นเวลา 1 ชม. จึงจะถึงตลาดเกษตร 2

เมื่อลงจากรถบัส มีพวกคนขับรถสองแถวมารุมเพียบเลย และถามว่าจะไปไหน
เราเห็นผู้หญิงคนนึงตัวเล็กๆดูไม่มีพิษไม่มีภัยก็เลยถามทางไปคิวรถตู้ตรงตลาดเกษตร
เค้าก็บอกให้ขึ้นรถสองแถวได้เลย เค้าคิดคนละ 15 บ.
เรากับอ๊อบก็เลยกระโดดขึ้นรถไป ปรากฎว่าเหมือนรถขับตรงไปแล้วยูเทิร์นกลับมา
แล้วเลี้ยวกลับเข้าซอยนึง ทะลุไปอีกซอยนึงแล้วก็ถึง
สรุปว่าคิวรถห่างจากจุดที่รถบัสจอด 1 ซอยเท่านั้น
เอิ่มมม เหมือนมีเขางอกออกจากหัว … ไอ้พวกหลอกลวงชาวบ้าน!!!!!

พวกเราไปคิวรถของคุณนรา ซึ่งเป็นคิวรถที่มีสาขาที่เขาสกด้วย โคกับทางรีสอร์ทอยู่
โดยค่ารถไปรีสอร์ทที่เขาสกราคาคนละ 120 บ.
ระหว่างรอรถที่จะออกตอนบ่าย 3 โมง พวกเราก็นั่งกินข้าวกลางวันที่ร้านข้าง ๆ กัน
เวลาบ่าย 2.45 น. ได้ยินเสียงเรียกให้ขึ้นรถกันแล้ว ก็ดีใจที่จะได้ไปถึงรีสอร์ทเร็วขึ้น
เพราะตามกำหนดแล้วต้องใช้เวลาเดินทางถึง 2 ชม.เลยทีเดียว
แต่ปรากฎว่าไอ้รถตู้เบอร์ 5 คันนี้ มันรับสายตลอดเวลาเพราะมีนัดแวะรับลูกค้าอีกหลายคน
บางคนต้องไปจอดรถรอเค้าถึง 15 นาที
ไม่พอ คนขับยังแถมพาผู้โดยสารไปรับของที่สนามบินอีกซึ่งคนละทางกับเขาสกเลย
สรุปแล้วพวกเราต้องนั่งรถถึง 3 ชม.เลยทีเดียว! น่าโมโหจริง!!!

กว่าพวกเราจะเดินทางมาถึงที่รีสอร์ทก็ประมาณ 5.30 น.
เจ้าคนขับรถตู้ก็จอดส่งแค่หน้ารีสอร์ทนะ พวกเราต้องเดินเข้าไปในรีสอร์ทเอง ยังดีที่ไม่ไกล
พอลงจากรถ ความโกรธก็หายเป็นปลิดทิ้งเมื่อได้สัมผัสถึงอากาศที่สดชื่น และวิวอันสวยงาม
ในที่สุดเราก็เดินทางมาถึง  “ภูผาและลำธารรีสอร์ท” ที่อยู่บริเวณเขาสก จ. สุราษฎร์ธานี
เป็นที่พักในฝันอีกที่ ที่อยากมาเยือนนานแล้ว ^^

เมื่อเข้าไปถึงบริเวณล็อบบี้ พนักงานในรีสอร์ทก็ถามว่ามายังไง พวกเราก็เล่าไปบ่นไป
คนในรีสอร์ทก็บอกว่าอันที่จริงรถตู้ต้องมาส่งข้างในเลยนะ
แล้วเค้าก็บอกว่าไอ้เบอร์ 5 นี่แหละ มีปัญหาบ่อยมากกกกกก แขกบ่นเรื่อย .. แย่!

ที่รีสอร์ที่เราจองไว้เป็นห้อง Cliff Top View C7 เป็นห้องที่อยู่บนเนินเขา
ซึ่งเป็นกึ่งกลางระหว่างล็อบบี้ที่อยู่บนเนินที่สูงที่สุด กับห้องอาหารที่อยู่ด้านล่างลงไป
ประตูทางเข้าห้องของเราจะอยู่หน้าสระว่ายน้ำพอดี
เมื่อเข้าไปสำรวจห้อง การจัดแต่งเหมือนอย่างที่เคยเห็นในรูปที่เค้ามารีวิวกัน
แต่หลังจากที่เราไปพักสบายมา 3 คืนก่อนหน้านี้ ก็รู้สึกว่าห้องหับมันดูคับแคบจัง
พอเปิดประตูเข้าไป จะเจอกับอ่างล้างมืออยู่ด้านขวา ห้องส้วมอยู่ถัดจากอ่างล้างมือไป
ส่วนด้านซ้ายมือจะเป็นห้องอาบน้ำ
ด้านหน้าเราจะเป็นโต๊ะเครื่องแป้ง ตู้เย็น และที่แขวนเสื้อและวางกระเป๋า
ทั้งหมดนี้อยู่บริเวณด้านหน้าประตู ซึ่งจะมีทางเข้าทั้งฝั่งซ้ายและขวาเพื่อเข้าไปในส่วนของห้องนอน
ที่ถูกใจเราที่สุดก็คงเป็นระเบียงซึ่งเมื่อมองออกไปก็จะเห็นวิวภูเขาซึ่งเป็น Signature ของที่นี่เลย
แต่ฟ้าเริ่มหม่นแล้ว จึงยังไม่ได้ถ่ายรูปเล่นกัน

พวกเราลงไปห้องอาหารด้านล่างเพื่อทานอาหารเย็น โดยสั่งแกงป่ากับทะเลผัดฉ่าไป
โชคดีนะที่สั่ง 2 อย่าง เพราะว่าอาหารมาจานใหญ่มากกกก เหมาะสำหรับกิน 4 คนมากกว่า
พวกเรากินเหลืออย่างละครึ่งเลย
อาหารที่นี่ราคาไม่แพงนะเมื่อเทียบกับปริมาณ
แต่ถ้ามา 2 คน เลือกสั่งอาหารจานเดียวน่าจะดีกว่า

บรรยากาศในตอนค่ำคืนของที่นี่เงียบสงัดดี
พอฟ้ามืด ก็ไม่มีกิจกรรมอะไรให้ทำ
ตอนแรกว่าจะว่ายน้ำเล่น แต่ว่าอากาศชักเย็น เลยเปลี่ยนใจมาอาบน้ำอุ่นแทน

ห้องน้ำที่นี่ค่อนข้างแคบ จากบริเวณที่อาบฝักบัว สามารถมองชมวิวด้านนอกได้
ซึ่งจากห้องน้ำเรา มองไปเห็นบริเวณห้องอาหารเลย ทำให้เราไม่กล้ายืนอาบน้ำ
เพราะเกรงว่าหากทางนั้นมีกล้องส่องมา ก็คงเห็นน่ะ เนื่องจากเราตัวค่อนข้างสูง
ถ้าติดผ้าม่านหน่อยก็คงจะดีนะ
แต่ในเมื่อไม่มี เรากับอ๊อบก็เลยต้องนั่งยองๆอาบน้ำกัน -*-

หลังจากนั่ง ๆ นอนๆ ดูทีวีไปซักครู่แล้ว ก็ชักเบื่อ
เลยชวนกันออกไปเล่นเน็ตที่ล็อบบี้ เพราะสัญญาดีแทคที่บ้านพักไม่มี
แต่เล่นซักพักก็เบื่อ เลยกลับมาห้องพัก
และตัดสินใจนอนแต่หัวค่ำ พรุ่งนี้จะได้ตื่นมาดูหมอกยามเช้าได้ ^^

Happy Halloween ^^

This entry was posted in Travel. Bookmark the permalink.

One Response to Samui Buri & The Cliff 4

  1. อยากไป~~~

    ว่าแต่.. ของจริงสวยตามที่คาดไว้มั้ยอ่ะ???

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s