Sala Samui 1

หือ?? สมุยเนี่ยนะ!?! ชั้นเพิ่งไปมาเมื่อต้นปีนี้เอง ไปกระบี่ดีกว่า

แต่แล้วก็มีอันได้มาเยือนสมุยเป็นครั้งที่ 2 ในรอบปีจนได้ …
======================

วันศุกร์ที่ 28/10/11
โอยยย ตี 4.30 น. แล้วเหรอเนี่ยยย ได้นอนแค่ 3 ชม.กว่าเอง แต่ยังไงก็ต้องรีบลุกจากเตียงล่ะ
เพราะว่าเรามีนัดกับกัปตันของแอร์เอเชีย เที่ยวบิน FD3181 ตอน 7 โมงเช้า ^^

แม้ว่าช่วงนี้จะเป็นช่วงที่กทม.กำลังวิกฤต เนื่องจากกทม.ตอนบนก็น้ำท่วมกันไปแล้ว
แถมปลายเดือนก็เป็นช่วงน้ำทะเลหนุนเต็นที่ ทำให้ต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมถึงกทม.ชั้นใน
แต่ว่าเราก็ไม่อาจจะยกเลิกทริปที่ตั้งหน้าตั้งตารอมาตลอด 1 เดือนเต็มได้ 
แถมค่าเครื่อง ค่า 1 day excursion ก็จ่ายไปแล้ว
ก็เลยจำใจต้องฝากบ้านไว้กับครอบครัว แล้วก็จูงมืออ๊อบหนีออกมาลั๊นลากันตามลำพัง ^^

สนามบินสุวรรณภูมิวันนี้ ไม่ได้เงียบเหงาอย่างที่คิด
อันเนื่องมาจากสนามบินดอนเมืองจมอยู่ใต้บาดาลแล้ว 
ดังนั้นสายการบินนกแอร์จึงต้องย้ายมาประจำการที่สุวรรณภูมิชั่วคราว
และอาจเพราะตรงกับช่วงวันหยุดยาวตั้งแต่วันพฤหัสที่ 27 จนถึงวันจันทร์ที่ 31 ตุลาคม
อันเนื่องมาจากรัฐประกาศให้ชาวกทม.อพยพโยกย้าย
ไปอยู่ต่างจังหวัดชั่วคราวก่อนที่น้ำจะทะลักเข้ากรุง
ก็เลยทำให้สนามบินเต็มไปด้วยผู้คนมากมาก

โชคดีที่เราบินกับแอร์เอเชีย และเช็คอินทางเว็บมาเรียบร้อยแล้ว และไม่ต้องการโหลดกระเป๋าด้วย
จึงไม่ต้องเสียเวลารอเข้าคิวเพื่อเช็คอิน 
บวกกับเป็นเที่ยวบินในประเทศ  จึงไม่ต้องรอเช็คเอกสารการเดินทาง
เลยโบกมือบ๊ายบายแถวอันยาวเฟื้อยไป

เราแวะกินอาหารเช้ากันก่อน โดยซื้อชุดอาหารเช้ามาแบ่งกันกิน เนื่องจากยังไม่หิวมากนัก
อันที่จริงอยากกินมาม่าคัพเกาหลีมากกว่า แต่เห็นราคาตั้ง 80 บ. เลยเปลี่ยนใจมากินแมคแทน
ขณะที่กินไปได้ครึ่งนึง ตาเหลือบไปเห็นว่าเวลาที่เกตปิดคือ 6.40 น.
ซึ่งก็เหลือเวลาอีกแค่ 5 นาทีเท่านั้น
พวกเราจึงหยุดภารกิจทุกอย่าง คว้าแก้วน้ำโค้กที่ยังเหลือเต็มแก้ว
รีบสาวเท้าเดินไปกินน้ำไปที่เกตโดยเร็ว
ในขณะที่ในสมองจินตนาการถึงภาพที่สองพี่น้องต้องลากกระเป๋าเดินทางกลับบ้านโดยไม่ทันได้เที่ยว -*-

เพียงแค่เวลา 1 ชม.จากกทม. และแล้ว พวกเราก็ได้มาถึงสนามบินสุราษฎร์ธานี เย้!!!
เราได้ซื้อตั๋วรถบัสเพื่อไปยังท่าเรือดอนสัก
พร้อมตั๋วเรือเพื่อข้ามไปยังท่าเรือหน้าทอนที่เกาะสมุยกับแอร์เอเชีย
โดยค่าตั๋ว transfer ไปยังเกาะสมุย 1 เที่ยว ราคา 350 บ.
แต่ถ้าไป-กลับ ราคาแค่ 650 บ. เท่านั้น
แต่เนื่องจากเรามีแพลนที่จะเที่ยวสุราษฎร์อีกคืนก่อนที่จะกลับ เลยซื้อตั๋วเพียงเที่ยวเดียวเท่านั้น

รถบัสจากสนามบินไปท่าเรือดอนสักใช้เวลา 2 ชม. จากนั้นก็นั่งเรืออีก 1ชม.ครึ่ง ก็ถึงที่หมาย
อ๊อบบ่นว่าใช้เวลาเดินทางนาน น่าเบื่อ 
แต่เรากลับเห็นว่า ช่วงเวลาเดินทางนี่เป็นช่วงโปรดเลย เพราะจะได้หลับให้เต็มที่ 555

เมื่อถึงท่าเรือ ก็มีรถตู้มารับ เนื่องจากเราได้ซื้อบริการรถตู้ที่เร่ขายบนรถบัสก่อนหน้านี้
ซึ่งค่าโดยสารจากท่าเรือไปที่รีสอร์ทที่เราพักคนละ 100 บ.
ก็ถือว่าราคาเหมาะสมดี เพราะไม่ต้องไปนั่งรถสองแถวรับจอดผู้โดยสาร
แถมระยะทางจากหน้าทอนไปหาดเชิงมน ก็กินเวลาตั้ง 40 นาที
นั่งรถตู้สบายกว่ากันเยอะเลย
เวลาบ่าย 1 เศษ พวกเราสองศรีพี่น้อง ก็เดินทางมาถึงศาลาสมุยรีสอร์ท 
โดยพวกเราได้จองห้อง Sala Pool Villa เอาไว้ 2 คืน
ที่นี่แขกเข้าพักเยอะมาก และเท่าที่เห็นก็เป็นต่างชาติทั้งนั้นเลย

นี่คือห้องพักของเรา มีสระว่ายน้ำส่วนตัว ห้องน้ำและห้องอาบน้ำเปิดโล่ง 
มีผ้าม่านสีขาวบางๆ ที่สามารถปิดบังความเป็นส่วนตัวได้เพียงน้อยนิดเท่านั้น
เหลือไว้ก็แต่ความเซ็กซี่ สำหรับคู่รักหากพักด้วยกัน หรือไม่ก็ความอุจาดตาสำหรับเราสองพี่น้อง
เวลาจะเข้าห้องน้ำที ก็ต้องนัดแนะกันให้เรียบร้อยก่อน ไม่งั้นอาจต้องเอาน้ำทะเลมาล้างตากัน!
บนเตียงนอน มีสบู่วางไว้สองก้อน และมีหมอนพิเศษอีกสองใบวางไว้
ซึ่งทางรีสอร์ทได้ส่ง Planner มาให้แขกที่จะเข้ามาพักล่วงหน้า
โดยให้เลือกว่าอยากได้สบู่กลิ่นไหน หมอนแบบไหน 
พวกเราก็เลือกสบู่กลิ่น Basil กับ Cinnamon & Orange
และหมอน Air Breathable กับ Buckwheat
แต่นอกจากสบู่ก้อนแล้ว ก็มี Shower Gel, แชมพู และครีมนวด
ซึ่งเป็นกลิ่นเครื่องเทศ/ดอกไม้เตรียมไว้ให้ และยังมีเกลือไว้ขัดผิวด้วย 
เครื่องอำนวยความสะดวกพร้อมสรรพ 
เรียกได้ว่ามาแต่ตัวและเสื้อผ้าก็ใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขได้เลย ^^
มาถึงแล้ว ก็ต้ืองเช็คอินกันหน่อย
ถ่ายรูปห้องพักเสร็จแล้ว ก็ึถึงตารูปของสองศรีพี่น้องซักที ^^
สำหรับวันนี้ เรายังไม่มีกิจกรรมอะไรกัน ก็เลยออกไปเดินสำรวจรีสอร์ท
ที่รีสอร์ทนี้มีสระว่ายน้ำรวมถึง 2 สระด้วยกัน เป็น Black Pool และ White Pool
ในส่วนของ Black Pool จะมีสระบัวล้อมรอบอีกชั้น ดูแล้วลึกลับ มีเสน่ห์ น่าค้นหา
อยู่ในโซนเดียวกับศาลาสปาที่มีไว้สำหรับนวดผ่อนคลาย
ส่วน White Pool จะอยู่ในโซนภัตตาคาร ดูสว่างตา เย็นกาย สบายใจดี

พวกเราไปเดินเล่นริมหาดกัน ทะเลที่หาดเชิงมนนี้ไม่ใส ดูไม่น่าเล่น
และคลื่นลมก็แรงพอดู จึงไม่ค่อยเห็นผู้คนมาเล่นน้ำเท่าไหร่นัก
เดินไปได้หน่อย ก็จะเห็นแม่ค้าหาบข้าวโพดปิ้งมาขาย 
แต่ที่เราสนใจที่สุดก็คือ ส้มตำหาบเร่ 
ทันทีที่เรากับอ๊อบเห็น ก็รีบแจ้นเข้าไปซื้อเลย 
แต่น่าเสียดายที่ตำซั่วปูปลาร้าครกที่แม่ค้ากำลังตำให้อยู่นั้นเป็นครกสุดท้ายพอดี 
พวกเราเลยซื้อเนื้อย่างมากินกับข้าวเหนียวปิ้งเหยาะน้ำปลาแทน
ฟังดูน่าสงสารเนอะ แต่ขอโทษเหอะ อร่อยใช้ได้เลย! ^O^
บนหาดนี้มีหอยแปลกๆ อยู่ ซึ่งเปลือกหอยเป็นสีม่วง และตัวหอยก็ดูเหมือนมีฟองสบู่หุ้มทับ
แล้วก็มีอีแปะทะเลเกลื่อนหาดเลย เป็นหนึ่งในตระกูลปลาดาว ตัวของมันจะมีสีน้ำเงินเข้ม
ตรงกลางเป็นวงกลม มีลายสวยเชียว รอบๆก็จะมีเส้นๆ เหมือนใส่กระโปรงเชือกฟางฮาวาย น่ารักดี

หลังจากเดินจนเหนื่อยและร้อนได้ที่แล้ว พวกเราก็กลับมาลงว่ายน้ำในสระส่วนตัวกัน
จากนั้นก็มาแช่น้ำอุ่นในอ่างต่อ ช่างเป็นชีวิตที่มีความสุขกระไรเช่นนี้ 
อดรู้สึกผิดไม่ได้ต่อคนที่บ้านและเพื่อนๆไม่ได้ว่าพวกเค้ากำลังหวั่นวิตกเรื่องน้ำท่วมแค่ไหน
1 ทุ่ม จู่ๆก็มีเสียงออดดัง อ๊อบไปเปิดประตูก็เจอพนักงานนำการ์ดพร้อมขนมมาให้หนึ่งถุง
ขอบคุณเชฟนิคค่า ^^
อาหารเย็นมื้อแรกบนเกาะสมุย เราเลือกที่จะเดินออกไปทางถนนใหญ่เพื่อหาร้านอาหารกิน
และจะได้แวะ Family Mart/ 7-11 เพื่อหาซื้อขนม น้ำอัดลมเข้าไปกินเล่นในรีสอร์ท
(มินิบาร์ในห้องพักไม่ได้แอ้มเงินในกระเป๋าตังชั้นร้ออกกกก ^^)
ร้านที่เราประเดิมในมื้อนี้ก็คือร้านออร์คิด เพราะดูจากหลายๆร้านแล้ว
ร้านนี้มีลูกค้ามากที่สุด (2-3 โต๊ะ) ในขณะที่ร้านอื่นแทบไม่มีลูกค้าเลย
พวกเราเลือกสั่งอาหารมา 2 อย่าง แน่นอนว่าต้องมีต้มยำกุ้งเป็นอาหารยืนพื้น
ตอนแรกพวกเราแอบกังวลว่าจะอร่อยไหมเพราะมีแต่ลูกค้าฝรั่ง อาจจะรสชาติจืดชืดก็ได้
แต่หลังจากชิมไปคนละคำแล้ว อาหารที่นี่อร่อยมากกกก รสชาติจัดจ้านดีจริงๆ 
ที่สำคัญ พนักงานทุกคนในร้านน่ารักมากกกกก พูดจานุ่มนวล ดูเต็มใจบริการลูกค้าด้วยใจรัก
ทำให้เราประทับใจร้านนี้มากกกก
และค่าอาหารก็ไม่แพงด้วย มื้อนี้หมดไปแค่ 260 บ. เอง

แม้ว่าพวกเราจะหนีเที่ยวกัน แต่ก็ยังเป็นห่วงสถานการณ์น้ำท่วมที่กทม.
จึงได้เปิดทีวีติดตามข่าวสารกันอยู่ตลอด
แต่จะนั่งดูข่าวอย่างเดียวก็ใช่ที่ ก็เลยต้มมาม่าคัพมากินเป็นกับแกล้มข่าว 555
ยอมรับว่าโรคจิต ไปต่างถิ่นทีไร รู้สึกอยากกินมาม่าคัพทุกที 
และแล้ววันนี้ก็จบลงด้วยความสุขใจและอิ่มท้อง ^^
This entry was posted in Travel. Bookmark the permalink.

2 Responses to Sala Samui 1

  1. Aob says:

    รูปสวยทุกรูปเลย ดีจัง มีคนเขียนไดอารี่ให้ด้วย
    เดี๋ยวนี้ฉันเลิกเขียนไดอารี่ตัวเองแล้ว แต่เขี่ยนไดอารี่ของคนอื่นแทน 555

  2. อยากไปมั่ง >_<

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s