Adang & Lipe 1

วันศุกร์ที่ 17/12/10

16.30น. เดินไปขออนุญาตนายเลิกงานก่อนเวลา
เพื่อเดินทางไปสายใต้ใหม่ โดยจุดหมายปลายทางอยู่คือหาดทรายสีขาวนุ่มละเอียดและน้ำทะเลใส
ที่เกาะอาดัง-หลีเป๊ะ จ.สตูล!

ทริปนี้มีเพื่อนร่วมเดินทางทั้งหมด 8 คน ได้แก่ อิน หญิง นุ่ม หนุ่ม ปา
โดยมีน้ำฝน (หลานปา) หลิน (เพื่อนปา) และติ๊ก (เพื่อนหนุ่ม) เป็นเพื่อนใหม่ซึ่งมาร่วมทริปกับเราด้วย

พวกเราพร้อมหน้าพร้อมตากันที่สายใต้ใหม่ ทานอาหารเย็น แปรงฟันกันก่อนเดินทาง
ขณะเข้าห้องน้ำ เหลือบมองนาฬิกา … 18.27 น.!!!
เฮ้ยยย!!! รถออก 18.30 นี่หว่า!!! รีบไปกันเร้วววววว!!!
… รู้สึกว่าพวกเราจะเป็นกลุ่มสุดท้ายที่ขึ้นรถนะ
พอนั่งที่เรียบร้อย ล้อก็หมุนออกจากสายใต้ใหม่ทันที ^^

เรากับหญิง เพื่อนกันมานานหลายสิบปี ไม่ต้องพูดก็เข้าใจกัน
แม้ไม่เจอกันนานก็เหมือนเพิ่งเจอกันเมื่อวาน
ดังนั้นพอขึ้นรถปุ๊บ ต่างคนต่างหลับ 555

การเดินทางครึ่งแรกผ่านไปอย่างเป็นสุข เพราะได้นอนสบาย
อันที่จริงก็ไม่สบายนักหรอกเพราะที่นั่งแคบ จะปรับเบาะเอนมากก็ไม่ได้ เกรงใจคนข้างหลัง
ก็ต้องหลับแบบเมื่อยๆกันไป แถมแอร์ก็หนาวมากๆๆๆ
โชคดีที่วันนี้ดันเป็นวันที่อยู่ๆ กทม.อากาศก็เย็นซะงั้น ลมหนาวพัดมาจากไหนไม่รู้
เราเลยใส่เสื้อกันหนาวจากออฟฟิศมา เลยได้ความอบอุ่นจากเสื้อกันหนาวตัวนึง
บวกกับผ้าห่มที่แจกบนรถผืนนึง และเสื้อกันลมอีกตัวนึงเอามาคลุมขา
ขนาดมีเท่านี้ยังหนาวเลย คราวหน้าต้องเตรียมถุงเท้ามาด้วย จะได้ไม่หนาวเท้า!

หลังจากข้าวต้มมื้อดึกตอนราวๆเที่ยงคืน เราก็ต้องอาศัยยาแก้เมาเพื่อช่วยให้หลับ
เพราะคนขับดันเปิดเพลงอะไรก็ไม่รู้ แม้จะไม่หนวกหูนัก แต่ก็รบกวนโสตประสาทเหลือเกิน
ด้วยฤทธิ์ยา ทำเอาเราหลับไปจนถึงสตูลเลย

วันเสาร์ที่ 18/12/10
เช้านี้ตื่นมา ฝนยังคงตกอยู่ต่อเนื่องตั้งแต่เมื่อคืน
เรากินขนมปังที่ได้รับแจกบนรถตั้งแต่เมื่อเย็นวานรองท้องก่อน
เมื่อมาถึงท่ารถ พวกเราก็ยกโขยงเดินทางไปยังตลาดเพื่อไปขึ้นรถสองแถวไปท่าเรือ
ระหว่างที่รอรถ รอคน นุ่มก็มีไปติดต่อรถมอเตอร์ไซด์พ่วงที่กำลังจะไปส่งของที่ท่าเรือพอดี
พวกเรา 4 คนเลยได้ติดรถโดยสารไป เสียค่ารถคนละ 20 บ.
ในขณะที่อีก 4 คนที่นั่งมอเตอร์ไซด์รับจ้างไป (ซ้อน 2 คน) เสียไปคนละ 60 บ.

เมื่อไปถึงที่ท่าเรือเราก็ติดต่อทางวารินทร์บีชที่ให้จองเรือสปีดโบ๊ทให้ในราคาไป-กลับ 1,000 บ./คน
เค้าให้เราไปรับตั๋วที่ซุ้มขายตั๋วตรงท่าเรือ
จากนั้นพวกเราก็หาร้านอาหารเช้าเพื่อทานอาหารและล้างหน้าแปรงฟันกัน

เรือออกจากท่าเรือในเวลาประมาณ 11 โมง แวะเกาะตะรุเตา 15 นาที
ตอนแรกบางคนที่เคยมาแวะตะรุเตาแล้วกะจะไม่เข้า เพราะไม่อยากเสียค่าธรรมเนียม
แต่เห็นจนท.บอกว่าเสียที่นี่ไปเลย แล้วจะได้ไม่ต้องเสียที่อาดังอีกหน แถมได้เข้าสองที่ด้วย
พวกเราก็เลยเข้าไปกัน

จากตะรุเตา นั่งหลับบนเรือได้อีกไม่นาน ก็มาถึงเกาะไข่
คราวนี้โชคดีนักที่เรือสามารถแวะจอดที่เกาะไข่ได้
พวกเราเลยได้ลงไปถ่ายรูปเล่นกันได้

รูปที่ถ่ายมาบนเกาะไข่มีแต่คนยุ่บยั่บ คนน้อยสุดที่ถ่ายได้ก็คือตอนขึ้นเรือแล้วนี่แหละ -*-

จากเกาะไข่ อีกไม่นานก็ถึงจุดหมายปลายทาง … เกาะอาดัง

เรือสปีดโบ๊ทต้องไปเทียบที่โป๊ะบริเวณหน้าหาดพัทยาของเกาะหลีเป๊ะ
จากนั้นก็ถ่ายคนออกไปยังเรือหางยาวที่จะมุ่งหน้าไปเกาะ ไปหาดต่างๆ
โดยเสียค่าเรือหางยาวอีกคนละ 50 บ.

และแล้ว ในที่สุดเรือหางยาวก็พาเรามาสู่หาดที่เกาะอาดัง … ยู้ฮู!!! สวัสดี อาดังงงงงงง!!!!
ทันทีที่ได้เหยียบย่ำลงบนผืนทราย ความรู้สึกเก่า ๆ ความคิดถึง ความดีใจที่ได้กลับมาที่นี่อีกครั้งก็ประดังเข้ามา
อากาศสดชื่น น้ำทะเลใสสะอาด หาดทรายสีขาว แหม๊ มันช่างมีความสุขจริงๆ ^^

เมื่อหนุ่มไปติดต่อเรื่องห้องพักที่จองไว้เสร็จเรียบร้อย ก็แจกกุญแจเพื่อนๆมา
โดยมีห้องพัก 4 ห้อง ได้แก่
อาดัง 4-นุ่ม+หนุ่ม, อาดัง 5-หลิน+ติ๊ก, อาดัง 6-ปา+น้ำฝน, อาดัง 7-อิน+หญิง
ทุกอย่างในห้องพักเหมือนเดิม มีแค่เตียง โต๊ะเล็กๆ ราวตากผ้า ผ้าเช็ดตัว พัดลม
ในห้องน้ำไม่มีสบู่-แชมพูให้ ต้องเตรียมมาเอง
กำหนดเปิด-ปิดไฟ, เปิด-ปิดร้านอาหารก็ยังคงไว้ตามเดิม

หลังจากที่อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อย พวกเราก็ทำตามแพลน
คือปีนผาชะโด เพื่อไปดูวิวด้านบนซึ่งมองเห็นเกาะหลีเป๊ะในมุมสูง
โดยไม่ลืมเตรียมน้ำดื่มไปดื่มดับกระหายระหว่างทางด้วย
ติ๊ก เป็นคนแรกที่ขอตัวพักผ่อนอยู่ในห้องเพราะเข่าไม่ค่อยดี
น้ำฝนเป็นคนที่ 2 ที่ขอล้มเลิกเอากลางทางเพราะทางขึ้นชันเหลือเกิน
ปาก็เลยต้องล้มเลิกตามเพราะต้องคอยดูแลหลาน
ก็เหลือเพียงนุ่ม หนุ่ม หลิน หญิง และเราที่ขึ้นไปจนถึงจุดชมวิวชั้นที่ 2
ส่วนชั้นที่ 3 ไม่ขึ้นต่อหรอก เหนื่อยเกิน แถมหนุ่มก็เคยขึ้นไปเมื่อคราวที่แล้วและบอกว่าชั้น 2 สวยกว่า

ด้านบนนี้วิวสวยจริงๆ เสียดายที่ฟ้าฝนไม่เป็นใจ ลมเย็นพัดมาทำให้รู้สึกว่าอีกไม่นานฝนคงตก
(โกหก ที่จริงไม่รู้หรอก แต่กลุ่มคนที่เดินสวนลงมาตอนเราปีนขึ้นไป เค้าบอกมา 55)
พวกเราเลยต้องรีบลงจากผาชะโดกัน
ระหว่างเดินทางลงมา ก็มีฝนตกปรอยๆ ดีที่ไม่ได้ตกหนักจนทำให้ดินเฉอะแฉะและลื่น
แต่หญิงก็ยังอยากทดสอบความแข็งแกร่งของหัวเข่าโดยเอาไปกระแทกพื้นเต็มๆ ได้เลือดมาเลย
…. พรุ่งนี้ล่ะเพื่อนเอ๋ย ดำน้ำแสบแผลแน่!

เมื่อลงมาถึงด้านล่าง ก็ได้เวลาให้อาหารพอดี (คนนะ ไม่ใช่แมว -*-)
ดีที่มีโทรบอกปาซึ่งลงจากผาไปพร้อมน้ำฝนว่าให้สั่งอาหารไว้รอเลย พวกเราก็เลยไม่ต้องรอนาน
เพราะหิวจนไส้จะกิ่วแล้วเนื่องจากไม่ได้กินข้าวกลางวันเลย
อาหารในครั้งนี้เมื่อเทียบกับคราวที่แล้ว ถือว่ารสชาติจัดจ้านกว่าเดิม อร่อยใช้ได้เลย
หรือเพราะความหิวก็ไม่รู้ที่ทำให้รู้สึกว่ามันอร่อย 555

หลังจากอิ่มท้องกันแล้ว ก็ต้องตามด้วยขนมตบท้าย ^^
พวกเราขนขนมที่ต่างคนต่างเตรียมมา ไปรวมพลที่ห้องหนุ่ม-นุ่ม
เพื่อเวลากินเลอะเทอะ มดจะได้ไม่ขึ้นที่ห้องพวกเรา  ^^
จากนั้นค่อยแยกย้ายไปนอนห้องใครห้องมัน

คืนนี้คงเพลียมาจากการเดินทางที่แสนยากลำบากเมื่อคืน เราเลยหลับไปในเวลาอันรวดเร็ว
อากาศไม่หนาว ไม่ร้อนจนเกินไป แม้ว่าไฟจะตัดตอน 5 ทุ่ม เราก็ยังคงนอนห่มผ้าสบาย ๆ ได้ ^^


This entry was posted in Travel. Bookmark the permalink.

3 Responses to Adang & Lipe 1

  1. ตามมาเที่ยวด้วยคน ^^

  2. ื์Num_Sri says:

    ตกลงอินกับหญิงใครเก็บเเต้มนอนหลับได้มากกว่ากันเนี่ย เห็นเเข่งกันไม่เลิกเสียที 555

    • Intiralee says:

      ยกให้หญิงชนะเลิศค่ะ! อย่างน้อยบนเครื่องขากลับเราก็ไม่หลับ อิๆ ^^

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s