My DSLR Camera ^^

หลังจากที่กลับจากไปเที่ยวเกาะพยามกับเง็ก หลิงและสาลี่
เราก็คิดมาตลอดว่า … “อยากได้กล้องใหม่”
จะไม่ให้เกิดกิเลสได้ไงล่ะ ก็เพื่อนเราแต่ละคนพกกล้องธรรมดาที่ไหน
เง็กพก Canon EOS 450D สาลี่เอา Canon EOS 550D มาประชัน
หลิงก็ไม่น้อยหน้า หนีบเอา Sony Nex 5 มาด้วย
มีเราคนเดียว พกกล้องคอมแพ็ค Canon Ixy 910is
แหม๊ เห็นแล้วมันน่าน้อยใจนัก

อันที่จริงแล้วก็ไม่ได้คิดอะไรนักหรอก แต่ว่าเมื่อกลับถึงบ้าน
ได้ดูไฟล์ภาพที่แต่ละคนถ่ายมาแล้ว โอ้โห …
ภาพจากกล้องคอมแพ็คกับกล้อง DSLR/Mirrorless ต่างกันลิบเลย!!
ภาพจากกล้องเราจะไม่คมชัด ออกฟุ้งๆ (โทษแต่กล้อง ไม่โทษตัวเองเล้ยย 555)
เง็กผู้หวังดี นอกจากจะขอร้องให้เราไปหาหมอสิวแล้ว ก็ยุให้เราซื้อกล้องใหม่เลย
(หวังดีประสงค์ร้ายป่าววะ หาแต่เรื่องใช้ตังมาให้ 5555)

เราก็เลยเริ่มต้นเมียงมอง เสาะหาข้อมูลกล้องที่เหมาะกับเราและงบในกระเป๋า
โดยมีงบประมาณ 25,000-30,000 บ.
สเป็คกล้องเราที่วางไว้ตอนแรกสุดเลยก็คือน้ำหนักเบา เพราะขี้เกียจแบก ^^
เพื่อนๆก็แนะนำ Canon G11-12 ให้ เพราะไม่หนักและยังถ่าย macro ได้
ซึ่งเราก็ชอบ แถมคุณภาพไฟล์ก็เจ๋ง สีสันก็แจ๋ว แต่ติดที่ซูมได้น้อย
และรู้สึกว่าไหนๆจะอัพเกรดกล้องแล้ว เอาเป็น DSLR ไปเลยก็น่าจะมีอะไรให้เล่นมากกว่า
และคิดว่าหากเราได้ G11-12 ไป ยังไงอนาคต เราก็ต้องอยากเล่น DSLR อยู่ดี
เพราะกล้องตัวแรกที่เราซื้อ ก็ Canon S3is ซึ่งเป็น DSLR-Like
ทำให้เราพอจะเข้าใจวิธีการปรับกล้องอยู่บ้าง และคิดว่าถึงเวลาซักทีที่ต้องเล่นของจริง!
(อะแฮ่ม … ทำเป็นพูดดีไป อนาคตจะใช้ได้คุ้มค่าแค่ไหน เด๋วก็รู้! 555)

หลังจากตัดสินใจเลือกประเภทกล้องได้แล้ว
เราก็เริ่มหาข้อมูลยี่ห้อ และรุ่น ที่อยู่ในงบมาเปรียบเทียบกัน
แรกๆ ก็เล็งไว้หลายตัว ก็มี …
Sony SLT-A33, A390 Nex 3
Canon EOS 500D, 550D
Nikon D3100, D5000
หากล้องเสร็จ ก็ต้องหาเลนส์ด้วย จะได้ดูว่าอนาคตงบซื้อเลนส์จะบานปลายถึงไหน
แถมกล้องนิคที่เราสนใจ ตัวกล้องไม่มีมอเตอร์ ก็ต้องหาซื้อเลนส์ที่มีมอเตอร์มาใช้
ก็ลำบากกว่าแคนอนที่กล้องไม่มีมอเตอร์ทุกตัว แต่เลนส์ทุกตัวมีมอเตอร์
เลยต้องจับคู่ บวกลบคูณหารให้ดี!

เป็นเวลา 1 เดือนกว่าๆ ที่หาข้อมูลเพื่อตัดสินใจก่อนซื้อ
จริงๆอยากได้แบบจอ LCD พับ/หมุนได้ของโซนี่
แต่สุดท้ายก็เข้ารอบชิงชนะเลิศมาได้สองตัวคือ
Canon EOS 550D กับ Nikon D3100 ที่จอหมุนไม่ได้ซะงั้น 555
จากนั้นก็มาเทียบเลนส์ว่าจะเลือกเอาแบบไหนดี อันไหนมีมอเตอร์ อันไหนมีกันสั่น อันไหนไม่มี
เอายี่ห้ออื่นหรือเลนส์ยี่ห้อตัวเองดี ต้องมานั่งคลำทางไปเรื่อยๆ ปวดหัวจริง

เท่าที่เทียบสเป็คกล้อง ข้อดีข้อเสียต่างๆ เรื่องศูนย์บริการ ราคาเลนส์
ก็รู้สึกว่าเราควรจะซื้อแคนอนนะ
แต่ว่าเกิดมีใจหลงรักรูปร่างหน้าตาของนิคซะงั้น ทำให้ตัดสินใจไม่ได้ซักที 555

ข้อดีก็ที่รู้ๆกันอยู่ ในเว็บเค้าก็ต้องโฆษณาไว้อยู่แล้ว
แต่ข้อเสีย เป็นใครคงไม่บอก เลยต้องหาอ่านจากคนที่เคยใช้
ซึ่งข้อเสียที่เราไม่ชอบของแคนอนก็คือ
– สีจืด ต้องเสียเวลามาแต่งสีในคอมต่อ แต่ก็สามารถใช้โหมด vivid เร่งสีได้
– จอ lcd หมุนไมได้ T^T (อันนี้ก็ทำใจ เพราะไม่มีงบไปเล่นรุ่นที่แพง แถมยังหนักอีก)

ส่วนข้อเสียของนิคก็คือ
– ไม่มีมอเตอร์ ต้องหาเลนส์ที่มีมอเตอร์ใช้ (แพง แต่ก็คุณภาพดี …ช่วยอะไรไม่ได้ ทำใจ)
– ศูนย์ห่วย (ไปซ่อมที่อื่นก็ได้ฟะ ไม่ง้อ)
– เลนส์ 55-200 mm คุณภาพไม่ดี (ก็ซื้อ 55-300 mm ที่ปรับปรุงข้อเสียแล้วแทน)
– จอ lcd หมุนไมได้ (หมุนตัวแทน -*-)
– ไม่มีระบบถ่ายคร่อม (ถ่ายเองก็ได้ เชอะ)
– ไม่มี grid line (เซ็ง แต่มันมีโปรแกรมแก้ในกล้องเลยหากถ่ายมาแล้วโลกเอียง)
… ทำไมข้อเสียนิคเยอะอย่างนี้ฟะ!!! หรือเพราะเราใส่ใจหาแต่นิค ^^

ส่วนราคานั้น เราขอเลือกประกันร้านที่ถูกกว่า
ซึ่งร้านที่ได้ราคามาถูกสุดก็ร้าน La.ox ที่พันธ์ทิพย์ โดยราคาอยู่ที่
Canon
KissX3 +18-55+55-250 = 19,500+5,500 = 25,000
KissX4 +18-55+55-250 = 22,000+5,500 = 27,500
18-135 = 10,000
อืมมม ต่างกันแค่ 2,500 เอง เอารุ่นใหม่กว่าสดกว่าดีกว่า
ส่วน 18-135 คงไม่เอา เพราะรู้ตัวว่าอนาคตคงได้ซื้อเทเลซูมเสียตังเพิ่มอีก

Nikon D3100
body 18,000
body + 18-55 + 55-300 = 19,500 + 10,000 = 29,500
body + 18-55 + 55-200 = 19,500 + 5,000 = 24,500
18-105 = 9,500
แต่ๆๆ ราคามันเปลี่ยนได้ทุกวัน และบางทีก็อาจเป็นทริกของทางร้าน
ที่บอกราคาทางโทรศัพท์อย่างนึง และเมื่อไปซื้อก็บอกอีกอย่างนึง
ก็ต้องทำใจว่าอาจต้อง +500 ถึง 1,000 บ. และเราก็ถูกบวกเพิ่มไปเช่นกัน

และในที่สุด ก็ได้ผู้เข้าชิงในรอบสุดท้าย แต่นแต๊นนนน!!!
1. Canon KissX4 +18-55+55-250 = 22,000+5,500 = 27,500
2. Nikon D3100 + 18-55 + 55-300 = 19,500 + 10,000 = 29,500

ก่อนซื้อกล้อง 3 วัน เราแวะบ้านสาลี่ ยืม 550D + 18-105 mm มาลองเล่นดู โอ้โห หนักจัง -*-
สาลี่ใจดีให้ยืมหนังสือคู่มือที่ซื้อมาใหม่กลับบ้านไปอ่านด้วย เราก็เลยเอากลับมาเปิดๆดู
แล้วก็หาโหลดคู่มือ D3100 มาอ่านด้วย แต่ดันไม่มีแบบเป็นภาษาไทย
เลยอ่าน D3000 ภาษาไทยแทน ก็คงจะคล้ายกันอยู่บ้าง
คืนวันสุดท้ายก่อนซื้อ ก็ยังนั่งอ่านคู่มือถึงตี 3 เลย
ทำไมต้องอ่านน่ะเหรอ เพราะอยากให้เห็นดำเห็นแดงไปเลยว่าแคนอนมันดีกว่าจริงๆนะ
มันเป็นกล้องที่เราควรซื้อมากกว่า มีทำสนธิสัญญาแลกเปลี่ยนเลนส์กับสาลี่แล้ว
แถมยังหยิบยืม 50 mm f1.8 จากเง็กเวลาไปเที่ยวมาถ่ายเล่นได้ด้วย
อย่าได้เอารูปโฉมภายนอกของ D3100 ที่ถูกตาต้องใจมาล่อลวงเราได้
ทำไมจะต้องไปซื้อกล้องที่เราไม่เคยจับ ไม่เคยเล่นมาล่ะ
เพื่อนที่กทม.ก็ใช้แคนอนกันทั้งนั้น เพื่อนที่เชียงใหม่ก็อยู่ไกลเกิน มีปัญหาอะไรปรึกษาได้มั้ยล่ะ
กับแค่หนุ่มที่เคยใช้ทั้งแคนอนและนิคอนเชียร์เจ้า D3100 เท่านั้นเอง อย่าไปเชื่อ!!!

วันที่ 9/1/11 …  และแล้วในวันที่กระเป๋าแฟ่บก็มาถึง T^T
หนุ่มลงมาทำธุระที่กทม. เราก็เลยนัดหนุ่มให้ไปช่วยดูช่วยซื้อให้
(ถ้าหนุ่มไม่มา เราก็ยังไม่ต้องเสียตังหรอก ฮึ่ม!!)
และบังเอิญติ๊ก (เพื่อนหนุ่ม รู้จักตอนไปอาดัง-หลีเป๊ะด้วยกัน) ก็มากทม.ด้วย
เราก็เลยอันเชิญติ๊กซึ่งเป็นเด็กนิคแต่เชียร์หนอนรุ่นนี้มาช่วยดู และให้หญิงมาช่วยเป็นกำลังใจ

ศึกระหว่าง D3100 โดยมีหนุ่มเป็นผู้ส่งเข้าชิง กับ 550D ที่มีติ๊กส่งเข้าแข่งขัน
หมัดใครจะหนักกว่ากัน ใครจะแพ้ ใครจะชนะ เด๋วจะได้รู้กัน!!!

เรา แอนนี่ (เอาไปช่วยพยุงพี่สาวยามโรคทรัพย์จางกำเริบ) และหนุ่มไปถึงกันก่อน
ก็เลยแวะกินข้าวเพื่อรอหญิงกับติ๊ก แต่พวกนี้ก็ยังไม่มาซักที พวกเราก็เลยไปที่ร้านกันก่อนเลย
ศึกที่ไม่ยุติธรรมแบบนี้ Promoter ไม่มาช่วยเชียร์เด็กในสังกัดแบบนี้ มีหรือจะเอาชนะคู่ต่อสู้ได้
ศึกนี้ ฝ่ายเหลือง D3100 ศิษย์ฮ็อบบิทหนุ่ม เลยชนะไปอย่างที่คู่ต่อสู้ไม่มีทางได้ออกหมัดแม้แต่หมัดเดียว
หลังจากยลโฉมและลองจับดูแล้ว เราก็ยิ่งหลงรักนิคตัวนี้มากขึ้น
พอเอาเลนส์มาใส่ ความหล่อก็เพิ่มทวีคูณ กระชากใจสาวใส(หัวไป) วัยละ(ปัญญา)อ่อนอย่างเรามาก ^^
ก็เลยตกลงใจสู่ขอหนุ่มนิคกลับบ้าน ด้วยสินสอด 20,500 (body +18-55 mm)
พร้อมแหวนแต่งงานขนาด 55-300 mm ราคา 9,900 บ. และเครื่องประดับ filter 300 บ.
แต่พ่อหนุ่มนิคสุดหล่อก็ไม่ได้มาตัวเปล่านะ มีทรัพย์สินติดตัวมาด้วย
ได้แก่ filter ที่แถมมากับ 18-55 mm, การ์ด 4 GB และฮู้ทสำหรับ 55-300 mm.
หลังจากทำพิธีเสร็จเรียบร้อย เราก็พาพ่อหนุ่มนิคไปดูเรือนหอที่ร้าน fotofile @ MBK ชั้น 1
ได้เรือนหอหลังย่อมๆ รุ่น FotoFile-Bag Side OLIVER (O-1)
โดยราคาเต็มอยู่ที่ 1,450 แต่ติ๊กซึ่งเป็นขาประจำร้านนี้ช่วยต่อให้จนได้มาที่ 1,300 บ.
สรุปแล้ว เราเสียตังไปกับพ่อหนุ่มนิค 32,000 บ. ถ้วน
… แอนนี่ พยุงเจ๊ที โรคทรัพย์จางกำเริบแล้ววว!!

This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

3 Responses to My DSLR Camera ^^

  1. Noom says:

    เป็นสาวกนิคไปอีกราย 555

  2. Intiralee says:

    เป็นลูกครึ่งย่ะ เจ้าหนอนน้อย 2 ตัวก็ยังอยู่ข้างกาย เรียกว่ากิ๊กเยอะดีก่า 555

  3. Ngek says:

    ดีใจจังเลย อีกหน่อยก็จะมีคนอยากได้นางแบบเพิ่มขึ้นอีกคน หุหุหุ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s