The Blue Sky Resort, Sorrento Thailand

วันจันทร์ที่ 15/11/10

จาก Maldives Thailand ที่เกาะพยาม พวกเรากลับเข้าฝั่งระนองอีกครั้งเมื่อมุ่งหน้ากลับบ้าน
พวกเราต้องขึ้นรถทัวร์รอบ 20.20 น. ดังนั้นพวกเรายังมีเวลาเหลือเฟือระหว่างรอ
พวกเรากะว่าจะแวะที่ Blue Sky ฝั่งระนอง แล้วค่อยออกมาแวะตลาดหาซื้อของฝาก
แต่พอไปถึงที่รีสอร์ท ก็ได้พบคุณวิรัตน์ ซึ่งเป็นเจ้าของรีสอร์ท Blue Sky Resort ทั้งหลาย
คุณวิรัตน์เล่าว่ารีสอร์ทฝั่งระนองแห่งนี้ต่างกับ Maldives ฝั่งเกาะพยาม
โดยตั้งใจทำให้เป็นบรรยากาศแบบเมือง Sorrento ประเทศอิตาลี
และให้พนักงานนำพวกเราไปดูห้องพักในโซน Seaview
ห้องที่พวกเราได้ไปดูคือห้อง Seaview Suite และ Seaview Deluxe
โอ้โห ห้องพักน่ารัก ดูดี สะอาดตา น่าพักมากมายยยยย
พวกเรากรี๊ดกร๊าด ถ่ายรูปเก็บภาพเป็นที่ระลึกกันใหญ่ เพราะคิดว่าคงหาโอกาสมาได้ยาก



ในส่วนของสระว่ายน้ำก็เป็นจุดขายเหมือนกัน เพราะเป็นแบบ infinity-edge
จากสระว่ายน้ำ มองทะเลไปเห็นฝั่งพม่าเลย

ที่ hub นี่ เห็นเล็กๆ แต่พอเดินไปดูใกล้ๆ กลับใหญ่กว่าที่คิด
สามารถจุคนได้ถึง 15-20 คน จัดงานปาร์ตี้เล็กๆได้เลย

พวกเราถ่ายรูปรอบๆรีสอร์ทจนฟ้ามืด จากนั้นก็สั่งอาหารเย็นมาทานกัน
คุณวิรัตน์แนะนำว่าเชฟที่นี่มีฝีมือในการทำอาหารฝรั่งมาก
ดังนั้นเพื่อไม่ให้ขัดศรัทธา เราก็เลยสั่งคาโบนาร่ามากิน
แบบว่าอยากกินมานานแล้ว แต่กินร้านไหนก็ไม่ถูกใจเลย
แต่สำหรับที่ Sorrento แห่งนี้ ขอบอก อร่อยมากกกกกกกกก!

ไม่รู้ว่าเคราะห์ซ้ำหรือโชคช่วย ที่เป็นเหตุให้พวกเราไม่สามารถนั่งรถกลับในวันนี้ได้
หลังจากปรึกษากัน พวกเราเลยตกลงใจเสียตังพักค้างคืนที่ Sorrento แห่งนี้ด้วยความเต็มใจ ^^
ซึ่งคุณวิรัตน์ก็ใจดี ให้ราคาพิเศษห้อง Seaview Deluxe มา
ซึ่งปกติห้องนึงจะราคา 6000 บ. แต่คุณวิรัตน์ลดให้เหลือ 2000 บ. เท่านั้น (1000 บ./คน)
แถมตอนแรกมีห้องว่างแค่ห้องเดียว แต่คุณวิรัตน์ก็สละห้องที่ตัวเองจะมาพัก โดยย้ายไปอยู่ฝั่ง Forest แทน
และให้ห้อง Seaview Deluxe กับพวกเรามา 2 ห้องติดกัน
นอกจากนั้นยังให้ฟรีดริ้งก์ เป็นมาการิต้าฝีมือคุณชาติอีกคนละแก้ว … ขอบคุณค่า ^^

เมื่อพวกเราได้กลับเข้าห้องพักอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้กลายเป็นห้องของพวกเราคืนนึง
พวกเราเลยถ่ายรูปเล่นกันใหญ่ แบบไม่ต้องเกรงใจพนักงานที่มายืนเฝ้ารอพวกเราในตอนแรก

ห้องน้ำที่นี่ไม่มีกระจก เพราะที่ที่ควรติดกระจก กลับกลายเป็นหน้าต่างแทน
ก็แปลกดี แต่ไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่ เพราะเราก็คงไม่เปิดหน้าต่างอยู่แล้ว เว้นแต่จะอยู่ในห้องคนเดียว
แต่ชอบประตูห้องน้ำอ่ะ ดูโบราณแต่ก็เท่ห์ดี


จะเห็นได้ว่าที่ Sorrento กับที่ Maldive Thailand จะใช้เฟอร์นิเจอร์หลายอย่างเหมือนกัน
ไม่ว่าจะเป็นเก้าอี้หวายสีขาวตัวใหญ่ กระเป๋าสานที่ไว้ในห้องพัก ที่วางของ ขวดสบู่ แชมพู shower rain ฯลฯ
อ้อ แต่ที่นี่ดีกว่าอย่างนึง ตรงที่มีน้ำอุ่นให้อาบด้วย ^^

หลังจากรื้อเสื้อผ้าชุดเก่าออกมาใส่นอน เราก็ไปนั่งอ่านหนังสือที่หน้าระเบียง
เพื่อหลบแอร์เย็น และหลบสาลี่ จะได้ให้สาลี่ถ่ายรูปสบายใจเฉิบ
แม้ว่าจะดึกแล้ว มองไปทะเลไม่เห็นอะไรแล้วก็ตาม แต่อย่างน้อยก็มีลมทะเล และเสียงคลื่นซัดสาด
ทำให้เรามีความสุขกับการอ่านหนังสือตรงนี้มาก
ทุกอย่างจะดีหมด ถ้าไม่มีผีทะเล เอ๊ย เง็กโผล่หน้าออกมาจากระเบียงข้างห้องมาให้เราตกใจเล่น! -*-

คืนนี้ไม่อยากรีบนอนเล้ยยย เป็นคืนสุดท้ายที่จะได้อยู่ที่นี่ ก็เลยอยากใช้เวลาให้มากที่สุด
เราก็เลยนั่งอ่านหนังสือไปเรื่อยๆจนจบค่อยนอน

======================
วันอังคารที่ 16/11/10

เราตื่น 8 โมงเช้า เข้าห้องน้ำเสร็จออกมา สาลี่ถามว่าให้สาลี่อาบน้ำก่อนได้มั้ย
ชั้นก็ใจดีตอบไปว่า ให้เราอาบก่อนละกัน เราวิ่งผ่านน้ำแป๊บเดียวเอง 555
แหมมมม เรื่องไรให้คนตื่นก่อนมานั่งๆนอนๆรอให้คนตื่นที่หลังอาบน้ำก่อนเนี่ย
ยิ่งสาลี่ด้วยแล้ว กว่าจะสระผม กว่าจะประทินผิวอีก ยิ่งนานนนนนน

อาหารเช้าวันนี้หลิงกับเง็กสั่ง English Breakfast ส่วนเราเอาข้าวต้มกุ้งธรรมดา
(แล้วสาลี่อ่ะ !?! ลืม -*-)
ที่จำหลิงกับเง็กได้เพราะสองคนสั่งเหมือนกัน แล้วเราก็แย่งหลิงกิน 555
ในชุดอาหารเช้านี้ มีน้ำส้ม และชา/กาแฟ/โอวัลตินแถมมาด้วย
ที่ชอบกันมากก็คือชุดถ้วยกาแฟนี่แหละ เก๋ดี
เราไม่ชอบกินกาแฟ ก็เลยสั่งโอวัลตินมาแทน
ไม่เหมือนใครบางคนหรอก ที่กินกาแฟเสร็จ ก็ระบายได้ทันทีอย่างกับทำดีท็อกซ์แน่ะ 555

กินอาหารเช้าเสร็จ ก็ทำกิจกรรมเดิมๆ คือถ่ายรูปและเป็นนางแบบ
บางทีเค้าไม่อยากได้นางแบบ ก็ยัดเยียดตัวเองไปอยู่ในเฟรมซะงั้น (แหะๆ โทษที ^^)
ช่วงนี้ถือว่าเป็นช่วงอิสระเลย ต่างคนต่างเดินต่างไป
มีหลิงคนเดียวที่งานเข้าตั้งแต่มาเที่ยวแล้ว ต้องกลับไปที่ห้องทำงานต่อ
แต่คุณเธอก็ใจดี ให้เรายืมกล้อง Sony Nex-3 ของคุณเธอมาใช้
แหม กล้องไรไม่รู้ อัจฉริยะจริงๆ เล่นมันส์ชะมัด เราเลยใช้กล้องหลิงมาถ่ายเล่นแทนเจ้า Ixus ของเรา


บ่าย 2 พวกเราค่อยรวมตัวมากินมื้อกลางวันกัน
งวดนี้พวกเราสั่ง “ขออีกจาน” เพราะน้องพนักงานแนะนำ
มันคือปลาหมึกชุบแป้งทอด อร่อยดี แต่น้อยยยยยไปหน่อย
แต่ยังไงก็ไม่ขออีกจานหรอก เก็บท้องไว้ชิมอย่างอื่นแทน
จานต่อมาคือผัดไทของเง็ก อร่อยดี แต่เง็กบ่นว่าหวานไปหน่อย เราเลยใจดีช่วยจัดการให้ ^^
หลิงสั่งข้าวผัดกระเพราะปลาหมึก อันนี้ไม่ได้ชิม เพราะเชื่อว่าแดดดี๊ทำอร่อยกว่า ^o^
สาลี่สั่งสลัดแซลมอนรมควัน พอมาถึงเจอเพื่อนๆตักไปคนละคำ สาลี่เลยสั่งยำไก่ทอดมาแทน 555
เราอยากกินสเต็กหมูราดซอสไวน์ หลิงเห็นด้วย ก็เลยสั่งมาเป็นจานกลาง ไว้แบ่งกันกิน
แต่เง็กไม่ค่อยกินเพราะอิ่มจากผัดไท ส่วนสาลี่ก็เน้นกินแต่สลัด เรากับหลิงเลยฟาดเรียบ
แล้วเราก็สั่งสปาเก็ตตี้นาโปลีมากินเอง แต่ก็ไม่ถูกปากเท่าคาโบนาร่า
แต่ถ้ารู้ว่าเง็กกับสาลี่จะไม่ช่วยกินสเต็ก ก็คงไม่สั่งสปาเก็ตตี้มาหรอก
แต่ก็นะ อินทิราซะอย่าง ทุกอย่างเกลี้ยง!

สรุปมื้อนี้กินไปตั้งเยอะ หมดไป 1,200 บ. แต่อิ่มไปถึงเช้าอีกวัน 555
(แบบว่าอาหารเย็นก็ไม่ต้องกิน ข้าวต้มมื้อดึกก็ตักกินไป 3-4 คำเอง)

หลังจากอิ่มท้องเราก็มานั่งถ่ายรูปเล่น และอ่านหนังสือรับลมที่ระเบียงตามเดิม
ส่วนห้องข้างๆก็มีหลิงมานั่งทำงานที่ระเบียงเช่นกัน
นั่งๆไปซักพัก ฝนตกหนัก … พม่าหาย!!! (ไม่ได้ chip หายนะ 555)
คือที่นี่จะมีวิวที่เปลี่ยนไปถึงสามแบบ ในยามฟ้าใส เราสามารถมองเห็นฝั่งพม่าได้สบายๆ
แต่เมื่อหมอกลงหรือฝนตกหนัก ดินแดนพม่าก็จะเลือนหายไป
และค่อยๆกลับมาปรากฎสู่สายตาอีกครั้งเมื่อท้องฟ้าแจ่มใสขึ้น

อาบน้ำเสร็จออกมาเห็นท้องฟ้ายามเย็นงดงามมาก ดูโรแมนติกจัง
เราก็เลยวิ่งออกไปถ่ายรูปอีกรอบด้วยกล้องหลิง
แหม๊ มันถ่ายตอนฟ้ามืดได้ชัดแจ่มจริงๆ แม้ไม่มีขาตั้งกล้องและไม่ได้กลั้นหายใจถ่ายก็ตาม



พวกเราโชคดีที่สามารถเช็คเอาท์เลทได้ ก็เลยอยู่ในห้องได้ถึงเย็นจนกว่าจะได้เวลารถออก
ซักประมาณ 1 ทุ่ม ก็มีน้องพนักงานมาเรียกเพราะเห็นว่าพวกเรายังไม่ไปกินข้าวเย็นซักที กลัวจะไม่ทัน
พวกเราก็เลยบอกไปว่าไม่กินกัน เพราะยังอิ่มจากมื้อกลางวันอยู่เลย

เมื่อได้เวลาอำลาจากที่ Sorrento แห่งนี้ ก็รู้สึกอาลัยยิ่งนัก
ทั้งอาลัยสถานที่ที่น่าหลงใหล รวมถึงน้องๆพนักงานที่ดูจะเป็นมือใหม่ ใสซื่อ แอบเกรงกลัวแขกนิดๆ
และก็ยังอาลัยเงินที่ต้องเสียเพิ่มไปในการกินอยู่อีกคืน 555555

พวกเราต้องขึ้นรถทัวร์รอบ 20.20 น.
งวดนี้ได้ตั๋ว VIP 24 ที่นั่งตามเดิมแต่ทำไมตั๋วถึงราคาแค่ 666 บ. ถูกกว่าเดิมอีก
พอมาขึ้นรถ รู้สึกว่ารถจะต่างไปจากเดิม ที่แคบลง และเบาะนั่งก็นั่งไม่สบายเหมือนขามา

ระหว่างทางกลับ มีแวะทานข้าวต้มมื้อดึกที่ร้านคุณสาหร่าย
แต่ไหงคราวนี้อาหาร VIP ถึงได้แย่กว่าอาหารรถธรรมดาที่เคยนั่งล่ะเนี่ย
น้ำพริก ผักลวกก็ไม่มี เสียดาย กับข้าวก็น้อยและไม่อร่อยเลย เราก็เลยกินไปไม่กี่คำก็เลิกกิน
เพราะยังอิ่มจากมื้อกลางวันด้วยแหละ … แหม๊ มันอยู่ท้องได้นานจัง คุ้มราคานะเนี่ย 555

กว่ารถจะเดินทางมาถึงขนส่งสายใต้ก็ตี 5 ของอีกวันแล้ว
พวกเรานั่งรถแท๊กซี่กลับด้วยกันคันเดียวไปยังบ้านเง็ก
ระหว่างทางผ่านแถวบ้านเรา เรากับสาลี่ก็ลงรถก่อนแล้วก็แยกย้ายกันกลับ
เป็นอันจบทริปการเดินทางไปยังระนองเพื่อไปสัมผัส Maldive & Sorrento เมืองไทยแต่เพียงเท่านี้

ขอขอบคุณแดดดี๊ที่พาลูกสาวไปส่งที่บ้านเง็กและไว้ใจลูกสาวโดยการไม่โทรมาหาเลยแม้แต่กริ๊งเดียว ^^

ขอบคุณเง็กสำหรับการจัดทริป การเตรียมข้อมูลต่างๆ และรายละเอียดค่าใช้จ่ายตลอดทริป
และที่สำคัญที่สุด ขอบคุณสำหรับรูปสวยๆของเราด้วย ^^

ขอบคุณหลิงที่อยู่เป็นเพื่อนยามพายุเข้า และให้ยืมกล้องถ่ายเล่นที่ Sorrento
ทำเอาเราเกิดกิเลส อยากได้กล้องใหม่เลย (หรือควรด่ามันดี -*-)

ขอบคุณสาลี่สำหรับขนมนมเนยอันแสนอร่อยที่อุตสาห์เสียเวลา วัตถุดิบ ฝีมือ
เพื่อทำมาให้เพื่อนๆกินนะจ๊ะ ^^

และสุดท้ายขอขอบคุณคุณวิรัตน์ที่สร้างรีสอร์ทสวยๆ และให้ส่วนลดพิเศษทำให้เราเสียตัง
เอ๊ย ทำให้เราได้ชื่นชมและดื่มด่ำกับบรรยากาศอันแสนโรแมนติคแห่งนี้

==================

สรุปค่าใช้จ่ายตลอดทริป

ค่ารถ VIP 24 ที่นั่งของโชคอนันต์ ไป-กลับ 642+642*+666 = 1,950
(* ราคาเต็ม 713 และจองตั๋วไปกลับในวันธรรมดาลด 10%
แต่เนื่องจากเลื่อนวันกลับ แต่เลื่อนตั๋วไม่ทัน จึงต้องทิ้งตั๋วไป)
ค่าเรือเมล์ ระนอง-เกาะพยาม 150+150 = 300
ค่ารถรับส่งระหว่างท่ารถ-ท่าเรือ 100+100+100 = 300
ค่าแท๊กซี่ บ้านเง็ก-สายใต้ใหม่ (140+140)/4 = 70
ค่าที่พัก Blue Sky @ เกาะพยาม (R3)/คน 1,350×2 คืน = 2,700*
(* ห้องละ 3999 + 1400 (2 extra beds))
ค่าที่พัก Blue Sky – Sorrento (D4/D5)/คน 1,000 = 1,000
ค่าแช่น้ำแร่ที่จันทร์สม 150 = 150
อาหารเช้าที่ร้านยามเช้า 326/4 = 81.5
อาหารกลางวันที่ Blue Sky เกาะพยาม (1) 980/4 = 245
อาหารเย็นที่ Blue Sky เกาะพยาม (1) 1600/4 = 400
อาหารกลางวันบนเกาะพยาม (2) 410/4 = 102.5
อาหารเย็นที่ Blue Sky เกาะพยาม (2) 1210/4 = 302.5
อาหารกลางวันที่ Blue Sky เกาะพยาม (3) 400/4 = 100
อาหารเย็นที่ Blue Sky – Sorrento 820/4 = 205
อาหารกลางวันที่ Blue Sky – Sorrento 1200/4 = 300
รถกอล์ฟไปอ่าวมุก (free + tip 100)/4 = 25
จิปาถะ (น้ำ มาม่า Bell boy) 106/4 = 26.5
รวม = 8,258
==================

ข้อมูลสำหรับการติดต่อ

บลูสกายรีสอร์ท ออฟฟิศกรุงเทพ 02-644-6365
http://www.theblueskyresort.com/koh_payam/index.asp
http://www.theblueskyresort.com/ranong/index.asp

โชคอนันต์ทัวร์ กรุงเทพฯ 02-894-6330 -2
ระนอง 077-811-337, 077-812-128

ท่าเทียบเรือเกาะพยาม 089-909-3524

จันทร์สมฮอทสปา 077-811-510, 07-782-2516 (-9)
http://www.jansomhotsparanong.net/index-en.php
==================

This entry was posted in Travel. Bookmark the permalink.

4 Responses to The Blue Sky Resort, Sorrento Thailand

  1. สาลี่ก็กินข้าวต้ม แต่จำไม่ได้ว่าข้าวต้มกุ้งหรือหมู
    แต่เหมือนได้ยินบ่นว่ากุ้งมีกลิ่นป่ะ?
    ถ้าใช่ก็เป็นข้าวต้มกุ้งนั่นแหละ

    ฮ่าๆๆๆๆ..เราไม่จำเป็นต้องกินกาแฟเสร็จก็ระบายนะ
    กินแค่น้ำเปล่าก็ระบายได้เหมือนก๊านนนนนนนนน~

    เฮ่อ~ อยากเที่ยวอีกละ ทั้งๆ ที่เพิ่งกลับมาได้ไม่เกินเดือนเลย

  2. Noom says:

    ที่พักสวย บรรยากาศดี แต่ไม่มีสาวๆ _ _”

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s